สาวจีนท้องแก่กระโดดตึกตาย หลังเดินทางมาคลอดลูกที่โรงพยาบาล แพทย์พบเด็กหัวใหญ่เกินไปต้องผ่าคลอดแต่ครอบครัวของสามีไม่ยอม เว็บไซต์ข่าวจีนรายงานจากเมืองหยูหลิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ว่า นางหม่า วัย 26 ปี เดินทางมาที่แผนกสูตินรีแพทย์ของโรงพยาบาลในเมืองหยูหลิน มณฑลส่านซีของจีนเพื่อคลอดลูกหลังตั้งครรภ์ได้ 41 สัปดาห์หรือราว

เก้าเดือนและได้เวลาคลอดแล้ว จากการวินิจฉัยของแพทย์พบว่า ศีรษะของเด็กใหญ่มาก จึงเป็นการเหมาะสมกว่าหากจะผ่าตัดทำคลอดมากกว่าคลอดธรรมชาติ เพื่อลดความเสี่ยงของคุณแม่ อย่างไรก็ตาม ครอบครัวสามีนางหม่ายืนยันว่าจะให้เธอคลอดธรรมชาติให้ได้ ทั้งแพทย์และนางหม่าเอง ต่างขอร้องกับครอบครัวให้ได้รับการผ่าตัด เธอถึงขนาดเดินออกมาจากแผนกสูตินรีแพทย์สองรอบ เพื่ออธิบายว่าความเจ็บปวดที่จะต้องเผชิญ อาจจะเกินกว่าที่เธอจะทนได้ และคุกเข่าขออนุญาตพวกเขา แต่ครอบครัวก็ยังไม่ยอม จนในที่สุดเมื่อเวลาราว  20.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นางหม่าจึงก่อเหตุกระโดดตึกโรงพยาบาลฆ่าตัวตายจากชั้นห้า ตกลงมาเสียชีวิตทั้งแม่และเด็กที่อยู่ในท้อง

เมื่อข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่จากสื่อท้องถิ่น สามีของนางหม่าจึงออกมาเปิดเผยว่า เขาอนุญาตให้ภรรยาผ่าตัดทำคลอดแล้วถึงสองครั้ง แต่ฝ่ายโรงพยาบาลเองเป็นผู้บอกว่า สามารถให้กำเนิดแบบธรรมชาติได้ การผ่าตัดไม่จำเป็นอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลก็ออกมาตอบโต้ว่า ผู้เป็นสามีไม่ได้ยอมให้ภรรยาผ่าตัดเลย จนทางโรงพยาบาลต้องนำเอกสารทำความเข้าใจความเสี่ยงอันอาจจะเกิดจากการไม่ผ่าตัดทำคลอดให้เขาลงนาม ซึ่งเขาเองก็ลงนามแล้วด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อไปทางครอบครัวอีกที ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้ ชาวเน็ตส่วนใหญ่ที่เข้ามาแสดงความเห็นก็เข้าข้างทางโรงพยาบาลเนื่องจากพวกเขาคิดว่า ทำไมโรงพยาบาลถึงจะต้องปฏิเสธการผ่าตัดทำคลอดให้คนไข้ เนื่องจากการทำเช่นนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้โรงพยาบาลมากกว่า และเพราะเหตุใดทางครอบครัวจึงลงนามในสัญญาเข้าใจความเสี่ยงแล้ว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews